เคล็ดลับเลี้ยงลูกให้เป็นคนเก่ง โดยใช้ความเข้าใจ ไม่ใช่จดจำ

เลี้ยงลูกให้เป็นคนเก่ง

เลี้ยงลูกให้เป็นคนเก่ง อยากสอนลูกให้เก่งควรเริ่มยังไงดี? แน่นอนคนเป็นพ่อแม่ย่อมคาดหวังให้ลูกได้สิ่งที่ดีที่สุดเสมอ จนสุดท้ายความหวังดีกลับทำร้ายลูกโดยไม่รู้ตัว ครูย่ายา (Kruyaya) เลยจะมาแจก 9 เคล็ด (ไม่) ลับวิธีเลี้ยงลูกให้เก่งด้วยการสอนลูกอย่างเข้าใจ ไม่ใช่จดจำฉบับพ่อแม่ป้ายแดง ทำยังไงให้ลูกมีความสุขและเก่งไปพร้อม ๆ กัน

9 เคล็ด(ไม่)ลับเลี้ยงลูกให้เป็นคนเก่ง

1. สอนลูกให้เก่งด้วยการเป็นแบบอย่างที่ดี

การแสดงให้ลูกเห็นว่าการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เป็นเรื่องสนุก เป็นหนึ่งในวิธีเลี้ยงลูกให้เก่งที่มีประสิทธิภาพ เช่น การอ่านหนังสือ หรือการทำงานอดิเรกที่ช่วยพัฒนาทักษะต่าง ๆ เมื่อลูกเห็นว่าพ่อแม่กำลังทำอะไร ลูกก็จะพยายามทำตามและค่อย ๆ ซึมซับพฤติกรรมนั้น ๆ ซึ่งจะส่งผลต่อนิสัยและพฤติกรรมของลูกโดยตรง

2. ให้คำแนะนำและสนับสนุนในสิ่งที่ลูกรักหรือให้ความสนใจ

เมื่อลูกเจอสิ่งที่ชอบหรือให้ความสนใจในงานอดิเรกต่าง ๆ พ่อแม่ควรให้การซัพพอร์ต เพราะการได้ทำในสิ่งที่ชอบจะช่วยให้ลูกมีความสุข มั่นใจในตัวเองและพัฒนาทักษะต่อเนื่อง และที่สำคัญการได้ลองทำกิจกรรมต่าง ๆ ยังช่วยให้ลูกได้ค้นพบตัวตนหรือความถนัดของตัวเองได้อีกด้วย เช่น การเล่นดนตรี การเล่นเกม หรือการระบายสี ทั้งนี้ หากกิจกรรมที่ลูกสนใจเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง พ่อแม่ควรสอนลูกอย่างเข้าใจ พูดคุยด้วยเหตุผล และอย่าใช้อารมณ์เป็นที่ตั้ง

3. พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ เติมเต็มจินตนาการอย่างไร้ขีดจำกัด

นอกจากด้านการเรียนการสอนแล้ว ความคิดสร้างสรรค์ก็เป็นทักษะสำคัญที่จะช่วยพัฒนาลูกให้เป็นคนเก่งได้เช่นกัน การปลูกฝังให้ลูกมีความคิดสร้างสรรค์ตั้งแต่เด็ก จะช่วยให้เด็กเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้เร็ว มีไอเดียใหม่ ๆ รู้จักคิดนอกกรอบ และยังทำให้เด็กสนุกกับการเรียนรู้อย่างไร้ขีดจำกัดด้วย

พัฒนาความคิดให้ลูก

4. เติมเต็มความรักความอบอุ่นให้กับลูกเสมอ

วิธีเลี้ยงลูกให้เก่งไม่ใช่แค่ส่งเสริมให้ลูกเก่งด้านวิชาการเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการพัฒนาทางด้านจิตใจให้เติบโตอย่างสมบูรณ์ด้วย เด็กที่ได้รับความรักและความใส่ใจจะมีความมั่นใจที่จะทำสิ่งใหม่ ๆ และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ

5. สอนให้รู้จักรักและภูมิใจตัวเอง

เพราะการรักและภูมิใจในตัวเองเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความมั่นใจและพัฒนาในด้านต่าง ๆ เช่น อารมณ์และจิตใจ สังคม และการตัดสินใจ โดยพ่อแม่สามารถสอนลูก ๆ ผ่านการฟังสิ่งที่ลูกพูด ให้โอกาสลูกได้ตัดสินใจด้วยตัวเอง สอนให้ลูกมีน้ำใจ รู้จักช่วยเหลือผู้อื่น เป็นต้น การสอนให้ลูกรักตัวเองและภูมิใจในตัวเอง จะช่วยให้ลูกเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสุข มีความยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น

6. พักผ่อนให้เพียงพอ และเลือกสารอาหารครบ 5 หมู่

วิธีเลี้ยงลูกให้เก่ง นอกจากพัฒนาการทางสมองแล้ว เรื่องของสุขภาพและอาหารก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน พ่อแม่ควรจัดเวลาให้เด็ก ๆ พักผ่อนให้เพียงพอ และเลือกอาหารที่มีโภชนาการครบทั้ง 5 หมู่ เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง พร้อมต่อการทำกิจกรรมและเข้าสังคมได้ตลอดเวลา

7. ไม่ตีกรอบการใช้ชีวิต ให้ลูกได้ลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง

การปล่อยให้ลูกได้ลองใช้ชีวิตหรือลองผิดลองถูก โดยที่พ่อแม่ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว คอยดูอยู่ห่าง ๆ จะช่วยให้เด็ก ๆ ได้รู้จักคิดและแก้ปัญหาด้วยตัวเอง เช่น การเลือกซื้อสินค้า และสอบถามราคาด้วยตัวเอง หรือการเลือกทำในสิ่งที่ตัวเองรัก เมื่อเกิดข้อผิดพลาด พ่อแม่ควรให้กำลังใจ และสอนให้ยอมรับความผิดพลาด เพราะทุกความผิดพลาดเท่ากับการเรียนรู้ ช่วยให้ลูกก้าวผ่านปัญหา และนำความผิดพลาดมาเป็นบทเรียนในการใช้ชีวิต ซึ่งทักษะนี้เรียกว่า การเพิ่มภูมิคุ้มกันทางจิตใจ หรือ Resilience (RQ)

8. ส่งเสริมการออกกำลังกาย พัฒนาร่างกายและสมองให้แข็งแรง

การออกกำลังกาย เป็นอีกหนึ่งวิธีเลี้ยงลูกให้เป็นคนเก่งที่นอกจากจะช่วยให้ร่างกายของเด็กแข็งแรงแล้ว ยังมีงานวิจัยเผยว่า การออกกำลังกายทำให้ร่างกายหลั่ง ฮอร์โมนเซโรโทนินและโดพามีน ทำให้สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น ความจำ การตัดสินใจ การควบคุมอารมณ์ และยังช่วยให้เด็กมีสมาธิ และความคิดสร้างสรรค์มากขึ้นด้วย นอกจากนี้ การออกกำลังกายยังช่วยพัฒนาทักษะการเข้าสังคม เช่น การสื่อสาร การแก้ปัญหา และการมีน้ำใจ ซึ่งเป็นวิธีที่จะช่วยให้ลูกมีความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) สูงขึ้นอีกด้วย

9. พูดคุยอย่างเปิดใจ เป็น Safe Zone ให้กับลูก

และคำแนะนำสุดท้ายที่ครูย่ายามองว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่พ่อแม่ควรทำมากที่สุด ถ้าอยากเลี้ยงลูกให้เป็นคนเก่ง คือ การเป็นเซฟโซนให้กับลูกด้วยการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกับลูกด้วยความเป็นกันเอง ให้ลูกได้พูดในสิ่งที่อยากจะพูด และเคารพการตัดสินใจ โดยไม่ตัดสินใจหรือตำหนิ การสอนลูกอย่างเข้าใจช่วยให้ลูกสามารถจัดการกับความรู้สึกตัวเองได้ดี พร้อมเรียนรู้ข้อผิดพลาด กล้าที่จะแสดงความคิดเมื่อมีข้อสงสัย และสามารถตัดสินใจด้วยตัวเอง

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง ถ้าอยากให้ลูกเก่ง

นี่อาจเป็นสิ่งที่พ่อแม่ทุกคนอยากให้เป็นมากที่สุด แต่การจะทำให้ลูกเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสุขและประสบความสำเร็จได้นั้น ไม่ได้มีแค่เรื่องวิชาการเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงพัฒนาการด้านอารมณ์ สังคม และจิตใจด้วย การจะสอนลูกให้เก่งไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินไปที่พ่อแม่จะทำ โดยมีสิ่งที่พ่อแม่ควรหลีกเลี่ยงที่จะสื่อสารหรือแสดงออกไป เพราะอาจส่งผลกระทบต่อจิตใจของลูก

  • การคาดหวังลูก เช่น กดดันผลการเรียน บังคับเรียนพิเศษ ไม่ยอมรับความผิดพลาด เป็นต้น เป็นความหวังดีที่สร้างความเครียดให้กับลูกโดยไม่รู้ตัว
  • เปรียบเทียบลูกกับคนอื่น จะทำให้ลูกขาดความมั่นใจในตัวเอง เกิดความรู้สึกด้อยค่า และอาจโฟกัสการแข่งขันมากเกินไป
  • การตีกรอบชีวิต ไม่รับฟังความคิดเห็น ไม่ให้อิสระในการตัดสินใจ
  • สอนลูกผิดวิธี เช่น การเน้นท่องจำไปสอบ ไม่สอนให้คิดวิเคราะห์
  • ใช้อารมณ์เป็นที่ตั้ง ใช้คำพูดรุนแรงในการต่อว่าลูก หรือพูดถึงข้อบกพร่องบ่อย ๆ
  • เลี้ยงลูกอยู่กับหน้าจอ ไม่มีการทำกิจกรรมร่วมกัน

เลี้ยงลูกให้เป็นคนเก่งและมีความมั่นใจ ได้อย่างไร

  • พูดชมเล็กน้อย ๆ บ้าง ถึงแม้จะทำไม่ดีมากนัก แต่พ่อแม่ก็ไม่ควรโฟกัสแค่ผลลัพธ์เพียงอย่างเดียว ควรมองถึงความพยายามของลูกด้วย
  • ให้ลูกได้ลองทำผิดพลาด และเรียนรู้จากความผิดพลาด
  • สนับสนุนให้ลูกทำกิจกรรมที่ชอบ
  • เป็นแบบอย่างที่ดี

ทริคการสอนให้ลูกมีความเป็นตัวเอง

  • แทนที่จะถามคำถามที่มีคำตอบตายตัว ลองถามคำถามที่เปิดโอกาสให้ลูกได้คิดและแสดงความคิดเห็น เช่น ทำไมเราถึงคิดว่าฟ้าเป็นสีฟ้า หรือ ถ้าไม่มีไฟฟ้า จะทำยังไง?
  • ชวนลูกคิดวิเคราะห์เหตุการณ์รอบตัว เช่น ดูข่าวแล้วถามลูกว่าคิดอย่างไรกับเหตุการณ์นั้น หรือวิเคราะห์ผลของการกระทำต่าง ๆ
  • เล่นเกมที่กระตุ้นการคิดวิเคราะห์ เช่น เกมต่อภาพ หรือเกมที่ต้องใช้ตรรกะในการแก้ปัญหา
  • สนับสนุนให้ลูกตั้งคำถาม อย่ากลัวคำถามของลูก ควรตอบคำถามของลูกด้วยเหตุผล ไม่ใช่อารมณ์ และกระตุ้นให้ลูกค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง
  • ให้โอกาสลูกได้ลองผิดลองถูก อย่ากลัวที่จะปล่อยให้ลูกได้ลองทำอะไรด้วยตัวเอง แม้ว่าอาจจะผิดพลาดบ้างก็ตาม 
  • เมื่อลูกพยายามคิดและแก้ปัญหา พ่อแม่ควรให้กำลังใจ ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรก็ตาม